หาคน,หางาน  
 


จำนวนผู้เข้าชม

บทความน่ารู้
รูปแบบขององค์ธุรกิจ
มือใหม่กับจดทะเบียนธุรกิจ
จดทะเบียนห้างหุ้นส่วน
จดทะเบียนบริษัทจำกัด
ขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
จดเครื่องหมายการค้า
เปลี่ยน หจก.เป็นบริษัท
จดทะเบียนเลิกบริษัท
จดทะเบียนเลิก หจก.
ประโยชน์ของการจัดทำบัญชี
ทุนจดทะเบียน
มุมสนทนาภาษี-บัญชี
เพื่อนบัญชีบริการ
จดทะเบียนห้างหุ้นส่วน
จดทะเบียนบริษัท
ขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
จดเครื่องหมายการค้า
บริการด้านจัดทำบัญชี
ค้นหาและจองชื่อนิติบุคคล
การเตรียมข้อมูลจดบริษัท
การเตรียมข้อมูลจดห้างฯ
การย้ายสำนักงาน
ใบเสนอบริการจดห้างฯ
ใบเสนอบริการจดบริษัท
ตัวอย่างหนังสือยินยอม
ตัวอย่างรายงานการประชุม
การจดเลิกบริษัท
การจดเลิก หจก.
ร้านหนังสือออนไลน์
ค้นหาและจองชื่อนิติบุคคล
จดทะเบียนธุรกิจ
ค้นหาข้อมูลจดทะเบียนธุรกิจ
ตรวจค้นข้อมูลงบการเงิน
ดาวน์โหลดแบบพิมพ์
แจ้งการสอบบัญชีของผู้สอบบัญชี
แจ้งการทำบัญชีของผู้ทำบัญชี
ตรวจผู้ทำบัญชีบริษัท
ตรวจแจ้งชื่อผู้สอบบัญชี
ขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชี
รายชื่อผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
ขออนุญาตธุรกิจของคนต่างด้าว
กระดานข่าวกรมพัฒนาธุรกิจ
แบบนำส่งงบการเงิน(สปช.3)
แบบฟอร์มส่งงบการเงิน
หนังสือนำส่งบัญชีผู้ถือหุ้น
สำนักงานประกันสังคม
ความรู้เรื่องเรื่องภาษี
ภาษีบำรุงท้องที่
ภาษีโรงเรือนและที่ดิน
ภาษีป้าย
Board-คุยเฟื่องเรื่องภาษี
ยื่นภาษีทางเน็ท
ตรวจชื่อผู้สอบภาษีอากร
ตรวจชื่อผู้สอบภาษีอากร
ตรวจขอคืนภาษีภงด.90,91
ขอเลขผู้เสียภาษีนิติบุคคล
ประมวลรัษฎากรออนไลน์
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
Download แบบพิมพ์
ปฎิทินภาษีอากร
ปฏิทินการจัดสัมมนาภาษี
ตรวจรายชื่อผู้จด Vat
แบบพิมพ์ประกันสังคม
สมาคมนักบัญชีฯ
สภาวิชาชีพบัญชี
ข่าวมาตรฐานการบัญชี
ผู้ทำบัญชีขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพฯ
ผู้สอบบัญชีขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพฯ
อัตราแลกเปลี่ยน
ชื่อสาธารณกุศล
สวัสดีคะ
การจดทะเบียนเลิกบริษัท 
.............. การที่เราเปิดและจดทะเบียนบริษัทมาเพื่อประกอบกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างนั้น เมื่อดำเนินกิจการแล้ว แต่ไม่สามารถดำเนินงานต่อไปได้ ด้วยเหตุหลายอย่าง จึงจำเป็นต้องเลิกกิจการ และต้องจดทะเบียนเลิกบริษัทแน่นอนแล้ว ดังนั้น เรามาดูวิธีการจดทะเบียนเลิกบริษัทกันว่า ยุ่งยากขนาดไหน กันนะคะ

                        

การเลิกบริษัทจำกัด

สาเหตุการเลิกกิจการของบริษัท มีหลายกรณี คือ
1.โดยความประสงค์ของผู้ถือหุ้น
ก็คือผู้ถือหุ้นของบริษัท ได้ประชุมกันและลงมติว่า ต้องการเลิกบริษัท และถ้ามีเจ้าหนี้หรือลูกหนี้ สามารถตกลงกันเรื่องการชำระหนี้ได้และยินยอมเลิกกิจการได้

2.เลิกโดยผลของกฎหมาย ได้แก่
•กรณีข้อบังคับกำหนดเหตุเลิกไว้และเมื่อมีเหตุนั้นเกิดขึ้น
•ตั้งบริษัทโดยกำหนดระยะเวลาไว้และเมื่อสิ้นสุดระยะเวลานั้น
•ตั้งบริษัทเพื่อทำกิจการอย่างหนึ่งอย่างใด และเมื่อทำกิจการนั้นเสร็จแล้ว
•บริษัทล้มละลาย
•นายทะเบียนขีดชื่อบริษัทออกจากทะเบียน (ถอนทะเบียนร้าง)

3. เลิกโดยคำสั่งศาล เหตุที่ศาลจะสั่งเลิกบริษัทคือ
•ทำผิดในการยื่นรายงานประชุมตั้งบริษัท หรือทำผิดในการประชุมตั้งบริษัท
•บริษัทไม่เริ่มประกอบการภายใน 1 ปี นับแต่จดทะเบียน หรือหยุดทำการถึง 1 ปี
•การค้ามีแต่ขาดทุนและไม่มีหวังฟื้นกลับคืน
•จำนวนผู้ถือหุ้นเหลือไม่ถึง 3 คน
แต่ส่วนใหญ่แล้ว ผู้ถือหุ้นของบริษัท ได้ตกลงเลิกทำกิจการ ในนามบริษัท ก็เลยมาจดทะเบียนเลิกบริษัทกัน

ต้องการเลิกบริษัท จะเริ่มต้นอย่างไรดี ?

เรื่องนี้ก็เป็นคำถามยอดฮิตเหมือนกัน เมื่อเราตกลงว่าต้องการเลิกกิจการเป็นที่แน่นอนแล้ว บางคนก็ไม่รู้ขั้นตอนของกฎหมาย
แต่ขอบอก !!!! ขั้นตอนมันก็ยุ่งยากเหมือนกัน ถ้าพูดถึงทางด้านหลักกฎหมายแล้ว ขั้นตอนก็มีดังนี้
1. จัดประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น 2 ครั้ง เพื่อลงมติพิเศษให้เลิกบริษัท ดังนี้
•การประชุมครั้งแรก
- มีวาระพิจารณาเรื่องเลิกบริษัท
- ที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะต้องลงมติให้เลิกบริษัทด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4
•การประชุมครั้งที่สอง
- มีวาระพิจารณา 3 วาระ คือ ยืนยันมติให้เลิกบริษัทของที่ประชุมครั้งแรก และแต่งตั้ง ผู้สอบบัญชี และกำหนดค่าตอบแทน
- ที่ประชุมจะต้องลงมติยืนยันให้เลิกบริษัทด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน
ส่วนมติแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรวมทั้งกำหนดค่าตอบแทนใช้มติธรรมดาโดยเสียงข้างมาก
- การประชุมผู้ถือหุ้นครั้งที่สองจะต้องห่างจากการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งแรกไม่น้อยกว่า 14 วัน และไม่เกินกว่า 6 สัปดาห์
2. ผู้ชำระบัญชีต้องลงประกาศเลิกบริษัทในหนังสือพิมพ์ท้องที่ 2 วัน
ต้องแจ้งการเลิกบริษัทให้เจ้าหนี้ทราบโดยส่งหนังสือลงทะเบียนไปรษณีย์ และต้องจดทะเบียนเลิกบริษัทต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันเลิกบริษัท
3. จัดทำงบดุล ณ วันเลิกบริษัทและส่งให้ผู้ตรวจสอบบัญชีตรวจสอบโดยเร็วที่สุด
4. เมื่อผู้ตรวจสอบบัญชีตรวจสอบงบดุลแล้วเห็นว่าถูกต้อง ให้ผู้ชำระบัญชีเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติงบดุล
และพิจารณาว่าจะให้กรรมการบริษัทเป็นผู้ชำระบัญชีต่อไปหรือจะแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีขึ้นใหม่
5. ผู้ชำระบัญชีต้องดำเนินการชำระบัญชีโดยรวบรวมทรัพย์สิน เรียกให้ผู้ถือหุ้นชำระเงินค่าหุ้นที่ค้างอยู่ ขายทรัพย์สิน เรียกลูกหนี้ให้ชำระหนี้ ชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ ชดใช้เงินทดรองและค่าใช้จ่ายที่กรรมการบริษัทได้ออกไปในการดำเนินกิจการค้าแทนบริษัท หากมีทรัพย์สินเหลือให้คืนทุนผู้ถือหุ้น
(กรณีการชำระบัญชีปรากฏว่าทรัพย์สินไม่พอชำระหนี้สิน ให้ผู้ชำระบัญชีร้องขอต่อศาล เพื่อให้ศาลสั่งให้บริษัทจำกัดล้มละลาย)
6. ในกรณีที่ชำระบัญชีไม่แล้วเสร็จ ผู้ชำระบัญชีต้องจัดทำรายงานการชำระบัญชี (แบบ ลช.3) ยื่นต่อนายทะเบียนทุกระยะ 3 เดือน
และในกรณีชำระบัญชีไม่เสร็จเกินกว่า 1 ปี ผู้ชำระบัญชีต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อครบปีทุกปี เพื่อรายงานความเป็นไปของการชำระบัญชี
7. เมื่อผู้ชำระบัญชีดำเนินการชำระบัญชีเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ชำระบัญชีต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติรายงานผลการชำระบัญชี 8. เมื่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติแล้ว ผู้ชำระบัญชีต้องจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีต่อนายทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันประชุมอนุมัติเสร็จการชำระบัญชี

อันนี้ก็เป็นหลักกฎหมาย จะเห็นกฎหมายเขาวางไว้ ค่อยข้างยุ่งยาก เยอะแยะ ดูแล้วตาลายไปหมด แต่ในทางปฎิบัติแล้ว ถ้าบริษัทฯมีผู้ถือหุ้นที่ไว้ใจได้ หรือเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ก็แค่บอกกันว่าจะเลิกบริษัทแล้วนะ แล้วก็มาเซ็นเอกสารต่างๆ ก็ไปจดเลิกกันเลย


จะต้องเตรียมตัวเก็บข้อมูลหรือเอกสารหรืออื่นๆ อย่างไรนะ? จึงจะพร้อมจดทะเบียน

อันนี้ก็เป็นคำถามอีกว่า ต้องเตรียมตัวอย่างไร เพราะหลายๆ คน เห็นขั้นตอนของกฎหมายแล้ว ก็เวียนหัวปวดเศียรแล้ว แต่ผมว่า ถ้าต้องการสะดวกสบาย ควรจะจ้างสำนักงานบัญชี ต่างๆ ทำให้ดีกว่าคะ เราไม่ต้องมานั่งปวดหัวกัน เพียงเตรียมข้อมูลและเอกสารให้ครบถ้วน พิธีรีตองอะไร เขาก็ทำให้หมด เราก็มีหน้าที่เซ็นเอกสารและเตรียมเอกสารเท่านั้น
แต่ถ้าต้องการจะจดทะเบียนเลิกเองละก็ ควรเตรียมตัวเรื่องดังต่อไปนี้
1.เตรียมข้อมูลและเอกสาร เช่นบัตรประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน มาลงลายมือชื่อในเอกสารการจดทะเบียนเลิก
2.ดูข้อมูลในการจัดทำบัญชี ว่า บริษัทมีหนี้หรือไม่ เช่น หนี้ของบุคคลภายนอก ,หนี้สรรพากร เป็นต้น ถ้าหากมีก็ควรชำระหนี้ให้หมด
และยิ่งเป็นหนี้ของสรรพากรด้วยแล้ว ควรจะชำระหนี้ให้หมด ไม่งั้นคุณอาจโดนภาษีย้อนหลังก็ได้
3.ดูข้อมูลว่า บริษัท มีทรัพย์สินอะไรที่เป็นชื่อในนามบริษัท เช่น ซื้อคอมพิวเตอร์มาใช้ ในนามบริษัท ถ้าหากมี ก็ควรเปิดขายให้หมด
4.ดูข้อมูลว่า บริษัท มีสินค้าคงเหลือหรือไม่ ใน สต๊อค ถ้ามีก็เปิดขายให้หมด
5.ดูข้อมูลว่า บริษัท มีการจัดทำบัญชีภาษีอากรหรือไม่ เช่น ยื่นภาษี ภพ.30 ครบทุกเดือนตั้งแต่เข้าระบบมา ยื่น ภงด.50,51 หรืองบการเงิน,งบดุลต่างๆครบถ้วนทุกปีหรือไม่ ถ้าไม่ยื่นหรือไม่จัดทำ ก็ควรจัดทำให้เรียบร้อย
6.ดูว่าจะตั้งให้ใครเป็นผู้ชำระบัญชี ส่วนใหญ่ก็จะเป็นกรรมการเดิม
7. ฯลฯ

ขั้นตอนเบื้องต้นในการจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชี

ทีนี้มาพูดถึงขั้นตอนการจดเลือกบริษัท มีขั้นตอนใหญ่ๆ 2 กรณี คือ
1. จดทะเบียนเลิกบริษัท
2.จดทะเบียนเสร็จชำระบัญชี

1.การจดทะเบียนเลิกบริษัท

ชั้นตอนแรก เราต้องเรียกประชุมผู้เป็นหุ้นส่วน โดยการส่งจดหมายลงทะเบียนหรือลงประกาศหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น เพื่อเรียกประชุมและกำหนดวันเวลาว่า จะประชุมเมื่อใด
เมื่อถึงกำหนดวันเวลา เราก็เริ่มจัดทำการประชุมกันเพื่อตกลงว่า ต้องการเลิกบริษัท ,แต่งตั้งผู้ชำระบัญชี,ผู้สอบบัญชี, ผู้ถือหุ้นลงลายมือชื่อในคำขอเลิกบริษัท
  จากนั้นเราก็ไปจดทะเบียนเลิกบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
จดทะเบียนเลิกบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจแล้ว
- ลงประกาศหนังสือพิมพ์ ว่า บริษัทได้เลิกแล้ว มีใครคัดค้านหรือไม่
ถ้าบริษัทจดเข้าระบบภาษีมูลเพิ่มด้วย
- คุณต้องรีบจัดเอกสาร ภพ.09 และเอกสารอื่นๆที่ใช้ในการจดทะเบียนเลิกระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเขาให้จดภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่คุณจดทะเบียนเลิก ไม่งั้นก็จะโดนปรับนะ
- จัดทำงบดุล งบกำไรขาดทุน ต่างๆ ยื่นสรรพากรให้เรียบร้อย
- พูดง่ายๆก็คือจัดทำบัญชีต่างๆ ให้สะอาดเรียบร้อยคะ

2.การจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี

เมื่อเราได้จัดทำรายการข้อ 1. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อมาก็คือ
- ลงประกาศหนังสือพิมพ์ ว่า บริษัทเรียกประชุมผู้ถือหุ้น ผู้ชำระบัญชีต่างๆ เรื่องเสร็จการชำระบัญชี
- เมื่อประชุมแล้ว ผู้ชำระบัญชี ก็ไปจดทะเบียน เสร็จชำระบัญชี
- เมื่อจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีแล้ว ก็เป็นอันจบ เรียบร้อยการปิดบริษัท

ยังมีขั้นตอนหรือประเด็นอื่นๆ อีกไหม

แน่นอนครับ อาจยังมีขั้นตอนปลีกย่อยอีกหลายอย่างขึ้นอยู่กับบริษัทคุณว่า ได้มีการจัดทำเอกสารต่างๆ เช่นเอกสารบัญชี และการยื่นภาษีครบถ้วน พร้อมหรือไม่อย่างไร ก็ต้องดูเป็นเรื่องๆ ไป

ต้องใช้เอกสารอะไรบ้างในการจดเลิกบริษัท

เอกสารที่ต้องเตรียมไว้
- สำเนาบัตรประชาชน+ทะเบียนบ้านของผู้ถือหุ้นทุกคน
- เอกสารที่ประกอบคำขอจดทะเบียนต่างๆ (อันนี้ต้องไปโหลดจากเว็บกรมพัฒนาธุรกิจการค้า)
ถ้าบริษัทจดเข้าระบบภาษีมูลเพิ่มด้วย
- เอกสารการยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ.30)พร้อมใบเสร็จประมาณ 2-5 ปี
- งบดุล งบกำไรขาดทุน ที่ยื่นสรรพากรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ประมาณ 2-5 ปี
- งบดุล งบกำไรขาดทุน ณ วันเลิก ที่ยื่นสรรพากรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
-เอกสารการจดทะเบียนเลิก ภพ.09
-เอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

อยากใช้บริการสำนักงาน "เพื่อนงานและการบัญชี " ได้ไหม คิดราคาเท่าไหร่

ได้คะ ยินดีคะ ราคานี้ต้องพิจารณาว่า ทางบริษัท ได้จัดทำบัญชี ยื่นแบบภาษี ปิดงบดุล ครบถ้วนหรือยัง
ถ้ายังไม่ได้ทำอะไรเลย ต้องมาจัดทำบัญชี ยื่นแบบภาษีให้เป็นที่เรียบร้อยก่อน เป็นต้น
ถ้าจัดทำบัญชีเรียบร้อยทุกอย่างประมาณเท่าไหร่

เอกสารพร้อมทุกอย่าง
- ค่าใช้ประมาณ 13,000-15,000 บาท ทั้งนี้ไม่รวมค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียเพิ่มเติม เช่นค่าปรับยื่นงบล่าช้า เป็นต้น

เป็นไงคะ เรื่องการจดทะเบียนเลิกบริษัท มีขั้นตอนตามกฎหมายยุ่งยาก น่าเวียนหัว ดังนั้นทางที่ดี ควรจ้างผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญทำให้ดีกว่า จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียภาษีย้อนหลังกันอีกนะคะ
 สวัสดีคะ

 

 

Copyright © Friendjob and Accounting Co.,Ltd.
Contact

(622)0-2906-7313(622)0-2906-5126


ชัยพร -081-622-1890089-459-3564

info@friend.co.th

ทะเบียนพาณิชย์อิเล็คทรอนิคส์เลขที่ 7100303000270